.

.

.

.

.

.

ปรากฏการณ์ล้มละลายของธนาคารหลายแห่งในไอซ์แลนด์นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างความเสี่ยงร้ายแรง

18

ไอซ์แลนด์เป็นชาติแรกในยุโรปตะวันตก ที่ขอความช่วยเหลือทางจากเงินจาก IMF เพื่อนำไปกอบกูวิกฤตเศรษฐกิจกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ บรรลุข้อตกลงให้ไอซ์แลนด์กู้เงินเพื่อนำไปกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจจำนวน 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 71,400 ล้านบาท ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ไอซ์แลนด์กลายเป็นประเทศจากยุโรปตะวันตกประเทศแรกที่ขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ นับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา ทางการไอซ์แลนด์ระบุว่าจะสามารถได้เงินกู้ก้อนแรกจำนวน 833 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28,300 ล้านบาทได้ทันที หากไอเอ็มเอฟรับรองแผนฟื้นฟูเสถียรภาพของประเทศ ทั้งนี้ ไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศเกาะทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก เกือบจะประสบภาวะล้มละลาย หลังจากรัฐบาลต้องเข้าอุ้มกิจการธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 อันดับแรกของประเทศ เนื่องจากขาดสภาพคล่องอย่างหนัก อีกทั้งเงินโครนายังอ่อนค่าลงกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ไอซ์แลนด์ติดต่อขอกู้เงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลรัสเซีย แต่การเจรจาหยุดชะงักลงโดยไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ

ปรากฏการณ์ล้มละลายของธนาคารหลายแห่งในไอซ์แลนด์นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างความเสี่ยงร้ายแรงสำหรับการทำธุรกรรมตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารคอปธิง แลนด์, แลนด์สแบงกี และกลิทนีร์ มีจำนวนการทำธุรกรรม CDO จากทั่วโลกรวมกัน 376 แห่ง และอีก 297 แห่งเป็นของธนาคาร 2 ใน 3 แห่งนี้ ทั้งนี้ การตราสาร CDO ได้มีการขายผ่านธุรกรรมสวอปความเสี่ยงจากสินเชื่อที่จ่ายให้กับนักลงทุน หากเกิดกรณีผิดนัดชำระหนี้ และรัฐบาลจะเป็นฝ่ายชดใช้เงินดังกล่าวให้กับธนาคารในวันที่ครบกำหนดชำระเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญา S&P ระบุในแถลงการณ์ว่า เนื่องด้วยตราสาร CDO ส่วนใหญ่มักอิงกับสินทรัพย์ของเลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ และวอชิงตัน มูชวล อิงค์ที่ประสบภาวะล้มละลายไปแล้ว ดังนั้นเศรษฐกิจจึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากหนี้เสียครั้งนี้อย่างหนักหน่วง ขณะเดียวกัน เคบีซี กรุ๊ป เอ็นวี ผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่ที่สุดในเบลเยี่ยมในแง่ของมูลค่าการตลาดได้ปรับลดมูลค่าทางบัญชีลง 1.6พันล้านยูโร เมื่อวานนี้ โดยมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บริษัทกำลังพิจารณาเงิน  2.88พันล้านยูโรที่ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ 5 แห่งของผู้ปล่อยกู้ของเบลเยี่ยมที่อิงกับธนาคารไอซ์แลนด์ ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลไอซ์แลนด์ได้เข้าซื้อกิจการธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ 3 แห่ง หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้ไม่สามารถระดมทุนระยะสั้นเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้ และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์ดิ่งลงแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 77% ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดตลาดหลังจากที่ได้ระงับการซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 3 วัน

เรคยาวิกถือเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า เศรษฐกิจ และการปกครองของไอซ์แลนด์

Reykjavik-Iceland
เรคยาวิก ( Reykjavík ) เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติก เซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ด้านมุมล่างของอ่าว Faxaflói ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน ประกอบด้วย 7 เทศบาลนครซึ่งรวมเทศบาลนครเรคยาวิกด้วย เมืองเรคยาวิก ซึ่งได้รับสมญานามว่า อ่าวแห่งควัน เนื่องจากมีควันไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อนตลอดเวลา อันเป็นผลมาจากความร้อนของภูเขาไฟใต้ท้องทะเล นอกจากนี้เมืองเรคยาวิกยั้งมีตำนานไวกิ้งโบราณ ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อน

ตามประวัติศาสตร์แล้ว เรคยาวิกไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมายเท่ากับเมืองอื่นในยุโรปนัก เป็นเพียงเมืองบนเกาะกลางทะเลที่อยู่ด้วยการทำฟาร์ม การประมง และค้าขาย แต่ในศตวรรษที่ 18 ก็เริ่มมีเหตุการณ์สำคัญมากขึ้น หลังจากกษัตริย์แห่งเดนมาร์ก (ที่ปกครองไอซ์แลนด์อยู่ในเวลานั้น) ได้มีความคิดที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมภายในไอซ์แลนด์ เรคยาวิกจึงเริ่มพัฒนาในช่วงเวลานั้นเริ่มมีการทำงานฝีมือที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทำเหมืองแร่กำมะถันหลังจากเดนมาร์กได้ยกเลิกการผูกขาดซื้อขายกับไอซ์แลนด์ ในปี 1786 ได้ถือเป็นปีการก่อตั้งเรคยาวิก

แม้ว่าที่นี่จะเป็นหนึ่งในจุดที่หนาวที่สุดของยุโรป แต่ก็เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ การได้แช่ในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางความหนาวเย็นยะเยือกเป็นสิ่งที่ทุกคนถวิลหาในหน้าหนาว เรคยาวิกถือเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า เศรษฐกิจ และการปกครองของไอซ์แลนด์ เป็นเมืองที่สะอาด มีมาตรฐานการครองชีพสูง การบริหารดีเยี่ยม และปลอดภัยติดอันดับโลก ในเรคยาวิกเต็มไปด้วยร้านกาแฟแสนสะดวกสบาย ร้านอาหารคุณภาพเยี่ยม พิพิธภัณฑ์ ดนตรี ศิลปะ และบ่อน้ำพุร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้ง ถือเป็นเสน่ห์ของเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่ถึงแม้จะดูบริสุทธิ์แต่ก็มีความร้ายกาจซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะธรรมชาติของที่นี่ที่ราวกับมีชีวิต และพร้อมจะจู่โจมตลอดเวลา ทั้งแนวภูเขาไฟตรงเส้นขอบฟ้า ภูเขาหิมะ มหาสมุทรสุดมุมเมือง และอากาศบริสุทธิ์ที่เย็นจัด