ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อทำกินและเป็นที่อยู่อาศัย

ประเทศไทยมีจำนวนการเพิ่มขึ้นของประชากรค่อนข้างสูง

สิ่งที่เป้นผลตามาคือความต้องการหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยก้เพิ่มากขึ้นตามไปด้วย จากจำนวนประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นนี้เมื่อถึงวัยทำงานแล้วจะมีทางออกอยู่ 3 ทางในการทำมาหากิน คือ  ทำเกษตรกรรม ทำงานรับจ้าง ทำงานด้านบริการ หากไม่สามารถหาทางออกในการเลี้ยงชีพได้ก็เป้นผู้ที่ว่างงานไป สำหรับประเทศไทยพื้นฐานเดิมประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ฉะนั้นทางเลือกแรกของประชากรส่วนใหญ่มักจะเลือกอาชีพเกษตรกรรม แต่ก็ไม่อาจจะเป็นเกษตรกรได้ทั้งหมดเพราะจำกัดในเรื่องพื้นที่ทำกินมีจำกัด

ประชากรส่วนที่เหลือจากเกษตรจึงโยกย้ายไปทำงานรับจ้างซึ่งส่วนมากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและอีกส่วนหนึ่งก็หันไปทำงานด้านบริการ สำหรับงานรับจ้างและงานบริการนั้นใช้พื้นที่ในการทำงานน้อยแต่ภาคเกษตรกรรมมีความจำเป็นในการใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้นและสว่นหนึ่งก็เลือกประกอบอาชีพเกษตรกร พื้นที่ต้องการใช้การเพาะปลูกก็ต้อการเพิ่มมากขึ้นจึงเกิดการแสวงหาที่ทำกินใหม่ในอีดตที่ใดรกร้างว่างเปล่าราษฎรก้สามารถเข้าไปบุกเบิกจับจองใช้เพาะปลูกได้อย่างอิสระ ปัจจุบันพื้นที่ว่างเปล่าแทบจtไม่มีเหลือ ยกเว้นที่สาธารณะ เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น

การพบปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกยางพารา อยู่อาศัยและอื่นๆ

ทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ การบุกรุกพื้นที่ป่ามักเกิดขึ้นบริเวณขอบของพื้นที่ป่าตามกฎหมาย ควรเร่งอนุรักษ์ฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ยังมีปัญหาสัดส่วนพื้นที่ป่าต่อพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำในบางลุ่มน้ำสาขาต่ำมาก พื้นที่เป็นที่ราบมีการใช้พื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรมและการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งจะเปิดพื้นที่ป่าชายเลนหรือป่าพรุ เพื่อการเลี้ยงกุ้ง และการใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย และการปลูกยางพารา การเลี้ยงกุ้ง ควรเร่งเพิ่มพื้นที่ป่าซึ่งอาจเป็นลักษณะสวนป่า หรือไม้ยืนต้น

ปัญหาการทำลายป่าโดยการทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขา ปัญหาเรื่องไฟป่า โรค และแมลง การแผ้วถางป่าเพื่อการเพาะปลูก เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติที่ความเสียหายต่อเนื่องทั้งชีวิต และทรัพย์สินประชาชนจำนวนมาก ในแต่ละปี เช่น การเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วมพัดพาซุงลงจากที่สูงไปทับชาวบ้าน การเกิดภาวะอากาศแปรปรวน ฝนตกหรือฝนแล้ง ไม่เป็นไปตามฤดูกาลเป็นต้น ซึ่งการพิจารณาเจตนารมย์ของการบุกรุกของราษฎรผู้ยากไร้และกลุ่มนายทุนที่ร่ำรวย ก็ยังมีสองมาตรฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเกิดความสับสนและไม่อาจใช้วิจารณญาณในการเลือกปฏิบัติกับกลุ่มใดได้ และที่สำคัญที่สุดคือปัญหาด้านมวลชน ซึ่งเป็นปัญหาที่ข้าราชการไทยต้องใช้ความระมัดระวัง และใช้ศิลปะในการแก้ไขปัญหา

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงในไอซ์แลนด์เพื่อเศรษฐกิจและสังคม

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงในไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่บนแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศ เศรษฐกิจที่สำคัญและมีความสำคัญสูงคือการจับปลาหรือทำประมงและการส่งออกอาหารทะเล การทำประมงทางทะเลก็เป็นแหล่งที่สำคัญของเศรษฐกิจเท่าๆกับความสำคัญของสิ่งแวดล้อมระบบโควต้าในการจับปลา จำกัดการอนุญาตให้จับปลาในระดับที่ควบคุมด้วยนักวาริชศาสตร์ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากการจับปลาได้มากน้อยแค่ไหนตามระเบียบวาระโลกไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีเสียงเข็งกร้าวในการต่อสู้เพื่อต่อต้านมลพิษในมหาสมุทร น้ำในไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีน้ำสะอาดที่สุดในโลกและไอซ์แลนด์ยังมีบทบาทสำคัญใน การอภิปรายนานาชาติในเรื่องของการต่อต้านมลสารที่อาจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตแม้ไอซ์แลนด์จะมีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในไอซ์แลนด์อย่างหนึ่งคือการสูญเสียความคงตัวโดยเป็นผลมาจากอิทธิพลของการกัดกร่อนของลม บริการการอนุรักษ์ดินในเขตไอซ์แลนด์ ได้แก้ปัญหาการพังทลายขอ

ในไอซ์แลนด์มีเพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 สายพันธุ์ คือ หมาป่า กวางเรนเดียร์ มิงค์ หนูสีน้ำตาล หนูดำ หนูนาและหนูบ้าน กวางเรนเดียร์ถูกนำเข้ามาจากนอร์เวย์ในศตวรรษที่ 18 และปัจจุบันกวางเรนเดียร์ก็อาศัยอยู่เป็นกลุ่มทางตะวันออกเฉียงหนือของประเทศ ม้าของไอซ์แลนด์มีความพิเศษเพราะตัวจะเล็กแต่ก็มีความสง่างาม และด้วยลักษณะพิเศษของลักษณะการวิ่ง 5 แบบของมัน และนอกจากนั้น ยังมีการเพาะพันธุ์สุนัขเลี้ยงแกะเฉพาะถิ่น คือ มีขนหนาปกคลุมตามธรรมชาติ ส่วนการผสมพันธุ์แกะนั้นจะปล่อยให้เล็มหญ้าอย่างอิสระอยู่บนภูเขาในช่วงฤดูร้อน ส่วนการทำปศุสัตว์นั้นค่อนข้าง ไอซ์แลนด์เปรียบเหมือนสวรรค์สำหรับนักดูนก มีรังของนกถึง 78 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ และยังมี เป็ดเอเดอร์ ห่าน นกหยี่ยวฟัลคอลพันธุ์หายาก นกนางนวลอาร์คติก นกสโนว์บันติ้ง และนกแกนเนต ซึ่งเป็นนกที่พบได้ทั่วไปที่ไอซ์แลนด์ และมีประมาณ 2-3 พันธุ์ที่ลักษณะคล้ายนกพัฟฟินมีจำนวนประชากรนกประมาณ 5-6 ล้านตัว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีมากที่สุดในไอซ์แลนด์ นกสายพันธุ์ที่หายากที่สุดคือ สายพันธุ์ออสปเรย์ ซึ่งมีจำนวนเพียง 100 ตัวเท่านั้น ตามชายฝั่งทะเลจะพบกับนกทะเลอาศัยอยู่มากมาย เช่น กิลลีมอท ราซอร์บิลส์ ฟัลมาร์ คอร์มอร์เรนท์ แกนเนต นกนางนวลและนกพัฟฟิน เป็นพันๆตัว

เศรษฐกิจและการพัฒนาของไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ (Republic of Iceland) เป็นประเทศในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ระหว่างกรีนแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดยอยู่ใต้เส้นอาร์กติกเซอร์เคิล อันเป็นจุดเหนือสุดที่มีโอกาสไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น

ไอซ์แลนด์เป็นเกาะที่มีพื้นที่มากที่สุดเป็นอันดับสองของยุโรป รองจากเกาะบริเตนใหญ่ (Great Britain) โดยมีพื้นที่ประเทศรวม 103,000 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 4,970 กิโลเมตร ระยะทางใกล้ที่สุดไปยังประเทศอื่นๆ คือ 287 กิโลเมตรถึงกรีนแลนด์, 798 กิโลเมตรถึงสกอตแลนด์ และ 970 กิโลเมตรถึงนอร์เวย์ เมืองหลวงของไอซ์แลนด์คือเรคยาวิก (Reykjavik) จัดว่าเป็นเมืองหลวงที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือที่สุด

ด้วยที่ตั้งห่างไกลจากประเทศอื่นๆ สภาพภูมิประเทศอันเป็นที่สูง คุกรุ่นด้วยความร้อนใต้พิภพและภูเขาไฟ ขณะเดียวกันก็มากมายด้วยธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว อีกทั้งยังมีสภาพภูมิอากาศหนาวเหน็บแทบทั้งปี ไอซ์แลนด์จึงมีประชากรอาศัยอยู่ไม่มากนัก (ประมาณ 300,000 คน) เมื่อเทียบกับพื้นที่แล้ว ถือว่ามีประชากรเบาบาง ทว่าก็เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีการพัฒนาสูงระดับต้นๆ ของโลก

ไอซ์แลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์กหลังการแยกตัวของสหภาพเดนมาร์ก-นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ได้รัฐธรรมนูญใหม่ในปี พ.ศ. 2417 ปีที่เฉลิมฉลองหนึ่งสหัสวรรษการตั้งถิ่นฐานในไอซ์แลนด์ รัฐธรรมนูญใหม่นี้ให้ไอซ์แลนด์มีอำนาจในกิจการภายใน มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งในปี พ.ศ. 2447 ซึ่งให้อำนาจปกครองตัวเองกับไอซ์แลนด์ ไอซ์แลนด์ได้เป็นรัฐเอกราชในปี พ.ศ. 2461 โดยมีพระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์กเป็นประมุข โดยไอซ์แลนด์ยังให้เดนมาร์กจัดการกิจการต่างประเทศและการป้องกันประเทศให้ หลังจากเยอรมนียึดครองเดนมาร์กในปี พ.ศ. 2483 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อัลทิงกิจึงตัดสินใจบริหารการต่างประเทศเองและประกาศนโยบายเป็นกลาง แต่ก็ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรยึดครองในเวลาต่อมา โดยเริ่มต้นเป็นกองทัพสหราชอาณาจักร และต่อมาเป็นกองทัพสหรัฐอเมริกา ฝ่ายสัมพันธมิตรคงกองกำลังในไอซ์แลนด์จนกระทั่งจบสงคราม ไอซ์แลนด์ประกาศเป็น สาธารณรัฐในปี พ.ศ. 2487 มี สเวน ปีเยิร์นสซอน (Sveinn Björnsson) เป็นประธาธิบดีคนแรก ไอซ์แลนด์เป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป (ปัจจุบันคือองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) และนาโต ไอซ์แลนด์ทำข้อตกลงทางกองทัพกับสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2494 โดยให้สหรัฐตั้งฐานทัพในไอซ์แลนด์ ซึ่งคงอยู่จนถึงปี พ.ศ. 2549 ไอซ์แลนด์เกิดความขัดแย้งหลายครั้งกับสหราชอาณาจักรในเรื่องการขยายน่านน้ำประมงของไอซ์แลนด์ในช่วงปี พ.ศ. 2501 2515 และ 2521 รู้จักกันในชื่อสงครามปลาคอด (Þorskastríðin; Cod War) ไอซ์แลนด์เข้าร่วมสมาคมการค้าเสรียุโรปและเป็นสมาชิกก่อตั้งของเขตเศรษฐกิจยุโรป

การใช้ระบบบริหารงานคุณภาพสินค้าตามมาตรฐาน ISO

การผลิตสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ซึ่งความต้องการของลูกค้าจะเป็นกรอบกำหนดระบบคุณภาพขององค์การทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นการบริหารคุณภาพจะมุ่งสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเป็นสำคัญ โดยมีการตรวจสอบ การวัด และการทดสอบที่มุ่งจะควบคุมวัตถุดิบ กระบวนการ และการกำจัดสาเหตุของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการทั้งหมด การควบคุมคุณภาพเน้นการตรวจสอบและแยกแยะของดีและของเสียออกจากกัน โดยระบุเป็นร้อยละของของเสียที่พบจากล็อตการผลิต เพื่อควบคุมมิให้ของเสียมีมากเกินกว่าที่กำหนดและในปัจจุบันการควบคุมคุณภาพมุ่งเน้นที่ของเสียต้องเป็นศูนย์

การจัดการคุณภาพสินค้า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสองกลุ่ม คือลูกค้าและเจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยทั้งสองฝ่ายจะทำความตกลงกัน โดยลูกค้าจะพิจารณาเรื่องลักษณะสินค้า ราคาที่สามารถซื้อได้ และเวลาที่ส่งมอบ ในทางตรงกันข้าม เจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องจัดหาทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ แรงงาน เครื่องจักร และเงิน เพื่อนำมาผลิตให้มีสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการในต้นทุนที่ดี ไม่ขาดทุน และจัดส่งให้ลูกค้าได้ทันเวลา โดยไม่เสียค่าปรับ ซึ่งปัญหาส่วนมากในระบบของซัพพลายเชนจะเกิดจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง คู่แข่ง ลูกค้า ผู้ขายปัจจัยการผลิต จึงเกิดการจัดเก็บสินค้าคงคลังเพื่อรองรับระบบคุณภาพ

การนำระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 : 2000 มาเป็นแนวทางการบริหารงานองค์กรนั้น องค์กรต้องมีความพร้อมในปัจจัยการบริหารงานทุกด้านได้แก่ ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ปัจจัยด้านบุคลากร และระบบการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น องค์กรยังต้องตระหนักว่า บุคลากรทุกระดับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายหลักขององค์กร ซึ่งความสำเร็จขององค์กรคือความสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากที่สุด และเมื่อลูกค้าเกิดความพึงพอใจก็ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นองค์กร ใช้หรือซื้อผลิตภัณฑ์ขององค์กรอย่างต่อเนี่อง สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับองค์กร

การปรับปรุงคุณภาพ

เป็นการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพขององค์การ จะต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยความรอบคอบและความเข้าใจในข้อจำกัดของสถานการณ์ โดยผู้พัฒนาคุณภาพจะต้องศึกษา วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักเหตุผล และหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยพยายามหาวิธีการที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพที่สุดมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาผลงาน ซึ่งต้องดำเนินงานผ่านการบริหาร การฝึกอบรม และการเสริมแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีจิตสำนึก มีความมุ่งมั่น และต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพในทุกระดับ

ประเทศไอร์แลนด์มีเศรษฐกิจที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

ไอร์แลนด์ หรือสาธารณรัฐไอแลนด์ เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปที่ห่างไกล ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในโพ้นทะเล ซึ่งโอบล้อมด้วยมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลไอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนเกาะไอร์แลนด์ โดยมีอาณาเขตพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 5 ใน 6 ของพื้นที่บนเกาะ ส่วนที่เหลือ 1 ใน 6 นั้น เรียกว่าไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรบริเตนใหญ่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า สหราชอาณาจักร แต่ถึงอย่างไร ประเทศไอร์แลนด์ก็จัดอยู่ในกลุ่มที่ใช้สกุลเงินยูโร เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในเครือสหภาพยุโรป

สาธารณรัฐไอร์แลนด์มีประชากรที่เบาบาง เพียงแค่ประมาณ 4 ล้านกว่าคนเท่านั้น จึงทำให้ระบบการศึกษามีอยู่ 3 ระดับชั้น คือ ระดับประถมศึกษา, ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ซึ่งการศึกษาส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แนวทางของรัฐบาล โดยเด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับระดับ 3 ปี แรกของมัธยมศึกษา หรือมัธยมต้น ซึ่งจะต้องมีอายุไม่เกิน 18 ปี

ภูมิอากาศของประเทศไอร์แลนด์ ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกลัมฟ์สตรีม จึงส่งผลให้อากาศภายในประเทศไม่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง โดยอากาศในฤดูหนาวก็ไม่หนาวจัด หากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป ซึ่งอุณหภูมิอยู่ที่ 2-7 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนอากาศก็เย็นสบาย มีอุณหภูมิอยู่ที่ 18-25 องศาเซลเซียส สภาพอากาศโดยรวมของประเทศจะครึ้มฟ้า ครึ้มฝน และมีฝนตกปรอยๆ ตลอดปี ส่งผลให้อากาศเย็นสบาย

ในปัจจุบัน ประเทศไอร์แลนด์มีเศรษฐกิจที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงระบบของการศึกษาด้วยเช่นกัน โดยมีสถานศึกษาเกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง ทั้ง สถาบันเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยเอกชน ซึ่งล้วนแต่ปกครองตนเอง โดยที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบริหารจากทางรัฐบาล แต่ก็ยังได้รับเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรจากเจ้าบ้าน จึงเป็นที่สนใจของนักศึกษาจากทั่วโลก ที่ต้องการศึกษาต่อในต่างแดน

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไอร์แลนด์ก็ไม่น้อยหน้าชาติใดในโลก ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ค่อยใหญ่โตนัก หากได้มีโอกาสไปเยือนแล้วล่ะก็ ต้องไปที่นี่ก่อนเลยละกัน

Glendalough (เกล็นดาล็อค) ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมสุดๆ ในอุทยานแห่งชาติ วิก โลว์ เมาน์เทนส์ พาร์ค (Wicklow Mountains National Park) โดยได้รับฉายาว่าเป็น “หุบเขาสองทะเลสาบ” เพราะขึ้นชื่อระบือนาม จากความงดงามของธรรมชาติที่มีทะเลสาบแฝดอยู่ท่ามกลางขุนเขา เป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ แหล่งโบราณคดี และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทางเดินลัดเลาะไปตามแนวฝั่งทะเลสาบ ทั้ง โบสถ์เก่าแก่หลายแห่ง หอคอยโบราณ ป้อมหิน ฯลฯ